Author Archives: Yokekung

Acer Liquid X2 ของแรง แบตอึด น่าจับจอง

ชื่อเสียงของ Acer Liquid น่าจะโดนใจหลายๆคน ล่าสุดกับ Acer Liquid X2 แม้จะไม่ใช่ Android flagships แต่ Acer ก็รุกตลาดระดับกลางได้อย่างน่าสนใจ ตอนนี้มือถือระดับกลางทำอะไรได้เยอะ ถ้าเป็นสมัยก่อนต้องรุ่นเทพๆถึงจะแจ่ม

x2-9

Liquid X2 มาพร้อมประสิทธิภาพในการใช้งาน อัดแน่นด้วยคุณสมบัติ คลอดมาพร้อม Lollipop ในงาน Computex 2015 ที่ไทเป จะว่าไป จะบอกว่าแรงบันดาลใจมาจาก Sony Xperia Z ก็น่าจะใช่ ทั้งความบาง เงาด้านหลัง และความโค้งมน ลงตัวไปหมด ขอบโลหะด้านข้าง แต่ X2 มาพร้อมพลาสติก ไม่ใช่กระจก แก้ว หรือโลหะ เอาน่า มันเป็นมือถือ mid-range อ่ะนะ แบตเตอรี่ให้มาแบบจัดเต็ม 4,000mAh พลังประมวลผล 64-bit octa-core MediaTek CPU (Acer ไม่ระบุรุ่น) แบตใช้งานได้ยาวนานมาก (ตามตัวเลขความจุ)

x2-1

จอ 5.5 นิ้ว แบบ “HD” ความละเอียด 720p ก็ไม่ได้แย่นะ ใช้งานทั่วๆไป ส่วน UI ก็พื้นฐานปกติของ Android 5.1 Lollipop Acer มีการเพิ่ม extra panel บนหน้าจอ home screen launcher เอาจริงๆก็เหมือน HTC BlinkFeed และมี “left panel” แสดงตารางนัดหมาย ข่าว และสภาพอากาศ รวมทั้ง social feeds แถมมี Acer camera app

x2-3

รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ Acer ตัดสินใจทำให้กล้องหน้าและกล้องหลัง มีความละเอียดเท่ากัน ทำไมต้องทำให้กล้องหลังความละเอียดสูงกว่ากล้องหน้า ในเมื่อตอนนี้คนเซลฟี่กันเยอะ 13 MP ทั้งกล้องหน้าและหลัง ส่วนราคายังไม่ระบุ

ที่มา androidcentral.com

ASUS เปิดตัว ZenWatch 2 สองขนาด สามสี ในงาน

ASUS รุกตลาด Wearable หนักในงาน Computex 2015 กับ ZenWatch 2 เป็น Android Wear smartwatch รุ่นที่ 2 จาก ASUS ในงาน “Zensation” ที่ไทเป ไต้หวัน โดย ASUS นำเสนอ ZenWatch 2 นาฬิกาโลหะ

ASUS ZenWatch 2 (WI501Q)_Gunmetal + Metal strap

ZenWatch มี 2 ขนาด ใหญ่ 49 x 41มม. มีสายรัดข้อมือ 22มม และรุ่นเล็ก 45 x 37มม. กับสายรัด 18มม. 3 สี silver, gunmetal และ rose gold พร้อมสายรัดอีก 18 แบบให้เลือก สายหนังสี blue, orange, red และ taupe และ “หนังพรีเมี่ยม premium leather” สี khaki, brown, gray, blue, และ orange แถมมีสายเหล็กอีก รุกตลาดนาฬิกาจริงๆ แถมยังไม่พอ เป็นพาร์ทเนอร์กับ Swarovski อีก

รัน Android Wear version 5.1.1 Lollipop ซึ่งมี UI รองรับ gestures และเปิดแอพได้คล่องตัว มาพร้อมแอพ “wellness” ตรวจสุขภาพและ “Watch Face Land” สร้าง watch faces ส่วนตัวของคุณได้เอง นอกจากนี้ยังทำเป็น remote camera viewfinder ถ้าใช้ ZenWatch 2 กับมือถือ ASUS ก็ใช้เป็นรีโมทกดถ่ายภาพได้ (แล้วจะเอามือไหนถือกล้องเนี่ย) ส่วนราคายังไม่เปิดเผย น่าจะมาตอนต้น Q3

ที่มา androidcentral.com

สรุปข่าว การเปิดตัวบริการของ Google ในงาน Google I/O 2015

และแล้วก็ถึงวันที่ทุกคนรอคอย กับงาน Google I/O 2015 ที่ Moscone Center – San Francisco งานฝั่ง Developer ของ Google ที่นักพัฒนามองทิศทางของ Google ในปี 2015 ไม่ว่าจะเป็นบริการจัดเก็บรูปไม่จำกัด, Android M, Virtual Reality, YouTube offline, ‘Now on Tap’, Android Pay, Brillo และอื่นๆ ล้วนเปลี่ยนชีวิตเราทั้งสิ้น

Sundar Pichai, senior VP ของ Google เริ่ม keynote ด้วยการบอกเล่าความเป็นผู้นำ เน้นว่า Android เป็นตัวขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟน โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของสมาร์ทโฟนทั้งหมดที่จำหน่ายในปีที่แล้ว กว่า 600 ล้านเครื่องเลือกใช้ Android เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรก

ข่าวแรกที่น่าสนใจคือ unlimited free storage เพื่อจัดเก็บภาพและวีดีโอ หลายๆคนน่าจะรู้จัก Google Photos ที่จัดการภาพถ่ายและแชร์ภาพ

google i/o 2015

Photo : Julian Sullivan | Getty Images

ในส่วนของ Android M ก็ได้ Dave Burke, VP ฝั่ง engineering ของ Android มาบอกเล่า ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ app permissions ซึ่งผู้ใช้จะถูกถามทุกครั้งที่ใช้งานฟีเจอร์ของแอพ มากกว่าตอนแรก ก็แหงล่ะ หลายๆคนไม่ชอบ Android เพราะไปยุ่งวุ่นวายกับข้อมูลต่างๆบนเครื่อง จน Android เขาต้องปรับเรื่องความปลอดภัยนั่นแหล่ะ ส่วนใครที่ใช้ Chrome สามารถเลือกปรับ chrome tabs ที่ดูลุคสบายตากว่าแอพอื่นๆ ทำให้ผู้ใช้ สลับแอพได้สะดวกและคล่องตัวขึ้น เวลาเปิด link ต่างๆ และระบบการจ่ายเงิน Android Pay เป็น mobile payment ใช้งานได้กับประเทศที่รองรับ ตอนนี้มี 700,000 stores บน U.S. (ร้านที่รับชำระเงินผ่าน mobile payments) รองรับการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ นอกจากนี้ Android M มี APIs ที่ใช้นักพัฒนา เพิ่มการรองรับการตรวจสอบลายนิ้วมืออีกด้วย

Android M มาพร้อมกับแบตเตอรี่และการชาร์จที่สะดวกขึ้น คุณสมบัติ’dozing’ ทำให้โทรศัพท์ บริโภคพลังงานต่ำ ในช่วงที่ไม่มีการใช้งาน เหมือนตอนเรานอน เครื่องก็ได้พัก (แต่ผู้เขียน แนะนำเพิ่มเติมว่า ปิดการ sync ต่างๆ ที่ไม่จำเป็น ก็ช่วยลดการบริโภคพลังงานของแบตเตอรี่ได้ด้วยเช่นกัน) ตัวอย่าง Nexus 9 รันได้ 2 เท่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาแบตเตอรี่ที่ใช้งานปกติเมื่อรัน Android M (เทียกับ Lollipop) นอกจากนี้โทรศัพท์ที่รองรับ Android M ยังมาพร้อม USB type C (เอาล่ะสิ) ถ้าคุ้นๆ มันคือพอร์ตบน New MacBook นั่นแหล่ะ ที่ฮาคือ ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียบด้านไหน ปกติ Micro USB ต้องเสียบให้ถูกด้าน (จริงๆน่าจะคิดนานแล้วนะ) รอดู Q3 ปีนี้

อีกคุณสมบัติ ‘Always On’ บน Android Wear ถ้าแบต Android Watches ใกล้หมด ก็จะแสดงเวลาบนหน้าจอเพื่อลดการใช้พลังงาน เมื่อแตะหน้าจอจะแสดงหน้าจอสุดท้ายที่เคยใช้งานก่อนหน้านี้ เช่น ใช้ Google Maps อยู่ แผนที่ก็จะแสดงบนหน้าจอ ทำให้ไม่ต้องเสียพลังงานไปแตะ ไปกดอะไรอีก

‘Project Brillo’ เป็น OS ของ Google สำหรับ Internet of Things หมายถึงพวกอุปกรณ์ต่างๆ (IoT) ทำงานโดยควบคุมเฉพาะส่วนสำคัญ ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้ด้วยตัวมันเองระดับนึง รันบนเครื่องที่หน่วยความจำไกล้เต็มหรือเหลือน้อย หรือมีน้อยมากๆ ควบคุม smart light bulbs (หลอดไฟอัจฉริยะ) และ ‘Weave’ จะกลายเป็นชื่อเรียกของ IoT ดังนั้น Weave จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สื่อสารพูดคุยกันได้ โดยใช้ Brillo หรือ OS อื่นๆ

ในส่วนของ Google Now ทาง director คุณ Aparna Chennapragada ได้แนะนำ ‘Now on Tap’ มาพร้อม Android M เป็นระบบการเรียนรู้ของอุปกรณ์ ทำให้ Google Now เข้าใจการสื่อสารของคำถามจากผู้ใช้งาน เช่น ผู้ใช้กำลังฟังเพลง Srillex ถาม ‘What’s his real name?’ (ถามชื่อจริง) ระบบจะเข้าใจว่าหมายถึง เกี่ยวข้องกับเพลงที่ฟังอยู่ (‘his’ หมายถึง Srillex) คือสงสัยอะไรก็แตะถามได้

ส่วนคนที่ชอบเรื่องการถ่ายภาพ Anil Sabharwal ทาง Google ได้ลุยบริการ Google Photos จริงๆมีนานแล้วแต่เอาจริงเรื่องการจัดการแยก กรุ๊ปภาพตามรายบุคคล สถานที่ และตามเงื่อนไขต่างๆ ตอนนี้เก็บภาพได้ไม่อั้น แถมยังฟรี (ภาพถ่าย 16 MP และวีดีโอ 1080p เก็บไว้ได้เลยไม่ต้องกังวล)

และมีการปรับปรุงเล็กๆน้อยๆแต่หลายคนชอบคือ Google Maps และd YouTube ที่บันทึกวีดีโอที่ดูบ่อยๆbeing offered offline and a new green star that flags child appropriate apps on Google Play before attention switched to Virtual Reality.

Google Cardboard แปลงมือถือของคุณให้เป็น virtual reality headset โดย Cardboard 2.0 ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนหน้าจอ 6 นิ้ว (iPhone ก็ได้) และอีกรูปแบบของการนำเทคโนโลยีมาใช้ ‘Expeditions’ ให้คุณครูสร้างสื่อการสอนได้ทุกที่ อย่างเวลาพานักเรียน นักศึกษาไปทัศนศึกษา ก็ใช้ cardboard VR ช่วยให้ข้อมูลแบบ virtual tour ได้ ‘Jump’ เป็นเครื่องมือสร้าง virtual reality content creation tool โดย Jump camera สร้างภาพจากกล้อง GoPro 16 ตัว ถ่ายแบบ 360 องศา ในขณะบันทึกวีดีโอ มี 16 ช็อตใน 360 องศา และเดี๋ยวจะมี VR content บน YouTube ด้วย และ Google ‘moonshots’ คล้ายรถยนต์ที่ขับได้ด้วยตนเอง เป็นแนวคิดของการนำอินเทอร์เน็ตมาทำให้โลกนี้ทำอะไรได้ไม่ใช่แค่ฝัน

เรียบเรียงจาก techtimes.com

Samsung Galaxy S6 vs LG G4 เลือก (กล้อง) รุ่นไหนดี?

ถึงเวลานี้ หลายๆคนอาจจะเริ่มลังเล หลัง LG G4 เปิดตัว ตอนแรกว่าจะเอา Samsung Galaxy S6 กลับมีตัวเลือก LG G4 มาให้ลังเลซะแล้ว

Samsung_Galaxy_S6_LG_G4_Cameras_01_TA-630x354

ทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge ต่างก็เน้นกล้องเป็นหลัก แต่หลายคนก็อยากปันใจให้ LG หลังเปิดตัว G4 บางคนที่กะว่าหันไปซบ Samsung ก็ลังเลว่าจะลอง LG ดีไหม ถ้าเทียบเรื่องกล้องแล้ว Galaxy S6 และ Edge เด่นที่รูรับแสง f/1.9 ทำให้ถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดี ส่วนกล้อง G4 สเปค f/1.8 ขับเคี่ยวลนก้นกันเห็นๆ แถม LG มี auto laser focus และ OIS 2.0 พร้อม 3rd axis แกนที่ช่วยในการลดการสั่นสะเทือนขณะถ่ายภาพ นี่เรากำลังซื้อกล้อง หรือมือถือกันแน่เนี่ย

งานนี้ถือว่า ไม่ใช่ Samsung กับ Apple แต่เป็น Samsung กับ LG เข้าท่าแฮะ งั้นจับมาถ่ายภาพแล้วขยาย ครอปขนาดจริงกันเลย ถ่าย Auto mode ไม่ปรับแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ทำเหมือนคนทั่วไปถ่ายภาพนั่นแหล่ะ (ขนาดภาพ 5312 x 2988 หรือ 16 MP)

s6-g4

ภาพ baseball บนพื้นโรงรถ ถ่ายแล้วครอปภาพ (1350 x 759) ภาพจาก http://www.talkandroid.com/247229-smartphone-camera-shootout-samsung-galaxy-s6-vs-lg-g4/

จากภาพจะเห็นได้ว่า ภาพถ่ายจาก LG สว่างกว่า แต่สี Galaxy S6 Edge สมจริงกว่า ผู้ทดสอบมองว่า Galaxy S6 Edge เก็บรายละเอียดของภาพได้มากกว่า หมายถึงรายละเอียดพื้นโรงรถ ส่วนรายละเอียดลูกบอลบน G4 ดีกว่า

รายละเอียดการทดสอบอ่านต่อที่ TalkAndroid

สรุปยังไงดีล่ะ?

แม้จะเป็นการเทียบสเปค กับการถ่ายภาพ f/1.8 aperture บน G4 ที่ให้ภาพสว่างกว่า f/1.9 aperture บน Galaxy S6 ซึ่งเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า คุณเองต้องตัดสินแล้วล่ะ ในเมื่อสเปคไม่ได้เป็นจุดหลักในการซื้อเครื่อง ถ้าคุณมองคุณภาพของภาพถ่ายมากกว่า แต่ละรุ่นมีข้อดี ข้อด้อย ต่างกันไป คนชอบถ่ายภาพ อาจจะชอบ G4 ถ่ายถ่ายภาพ Raw (DNG) ได้ และปรับแต่งใน Manual mode ได้เยอะ เมื่อเทียบกบ Samsung บน Pro mode คงต้องดูหลายๆองค์ประกอบแล้วล่ะ ว่าอยากได้เพราะกล้อง สเปค รูปทรง ดีไซน์ วัสดุ หรืออะไร

ที่มาของภาพและบทความ เรียบเรียงจาก TalkAndroid

รู้จัก LG Watch Urbane นาฬิกา smartwatch ที่สวยเลอค่าที่สุด

เราได้เห็น Wearable มาหลายแบรนด์ หลายรุ่น แต่ละรุ่นออกแนว Sports ออกแบบให้ลุยๆ เล่นกีฬา หน้าตาแนว ไฮเทค เทคโนโลยี แต่นาฬิกา smartwatch “LG Watch Urbane” สวย หรู เลอค่ามากที่สุดในตอนนี้
lg-watch-urbane-review-9

แรกเห็น LG Watch Urbane เหมือนนาฬิกาปกติ สวยมาก น่าสวมใส่ ไม่เหมือน smartwatch ทั่วไป คือสามีซื้อ ภรรยาก็จับไม่ได้ว่ามันคือ smartwatch คิดว่านาฬิกาปกติ (ฮา) หน้าตาเหมือนนาฬิกาปกติทั่วไป ทั้งที่จริงๆมันคือ Android Wear มีไม่กี่รุ่นหรอก ถ้าใครอยากใส่แล้วมองว่าเหมือนนาฬิกาทั่วไป

“Watch Urbane” เป็นเรือนแรกที่รัน Android 5.1.1 ข้อดีคือ ใส่กับชุดราตรี ไปงานต่างๆได้เนียน ไม่ใช่ใส่ Smart Watch ไปงานในชุดราตรีมันก็ดูไม่เข้ากันเอาซะเลย แถมไม่ต้องลำบากพกมือถือด้วย ใส่กระเป๋าไว้แล้วใช้นาฬิกาแทน

เรียกว่าเอาหน้าตาข่มไว้ก่อน เพื่อนๆก็ไม่รู้ว่ามันคือ SmartWatch พอรู้ก็ถึงกับอึ้ง

LG Watch Urbane Specs

Category Features
Dimensions 45.5 x 52.2 x 11.0 mm
Weight 66.5 grams with leather band
Color Gold with brown leather band, Silver with black leather band
Body Stainless steel cover
Display 1.3-inch (320×320) P-OLED with Gorilla Glass 3
OS Android Wear (Android 5.1.1)
Storage 4GB
RAM 512MB
Audio Voice mic
Connectivity Wifi, Bluetooth 4.0 LE
Battery 410 mAh
Processor Snapdragon 400 at 1.2 GHz
Water resistance IP67

ถ้าคุณอยากได้ Android Wear smartwatch ที่หน้าตาเป็นนาฬิกา คุณต้องชอบแน่ๆ Urbane Urbane ท่องไว้ ปกติราคาของ Android Wear smartwatch ก็จ่ายเพิ่มประมาณ $100 (เพิ่มอีก 3 พันบาท) ก็ได้ความหรูของนาฬิกา แต่ถ้าอยากได้ Android Wear แบบเท่ๆ ก็น่ามอง G Watch R หรือถ้าชอบ ASUS ZenWatch ก็จัดไป

ที่มา เรียบเรียงจาก Android Central

 

Android กับการถ่ายภาพไฟล์ RAW

Credit http://www.androidcentral.com/raw-images-and-android-everything-you-need-know

Credit http://www.androidcentral.com/raw-images-and-android-everything-you-need-know

ถ้าคำศัพท์ของคนถ่ายภาพ จะรู้จักคำว่า “ถ่ายภาพ ไฟล์ RAW” ก่อนอื่นมาทำความรู้จักว่า ไฟล์ภาพ RAW คืออะไร?

RAW เป็นชื่อของรูปแบบการจัดเก็บไฟล์ภาพที่ได้จากการบันทึกข้อมูลของภาพผ่านทางตัวเซ็นเซอร์ของกล้องโดยที่ไม่ผ่านการประมวลผลใดๆ สาเหตุที่ไฟล์ภาพนี้มีชื่อว่า “RAW” เป็นเพราะว่าไฟล์ภาพดังกล่าวนี้เป็นไฟล์ข้อมูลดิบ โดยไฟล์ภาพแบบ RAW จะมีขนาดไฟล์ใหญ่กว่าแบบ JPEG ซึ่งการจัดการไฟล์ RAW บนคอมพิวเตอร์นั้นต้องอาศัยซอฟท์แวร์การทำงานแบบพิเศษสำหรับไฟล์ภาพ RAW โดยเฉพาะ (อ้างอิงจาก Canon) ซึ่งบนมือถือก็จำเป็นต้องมีโปรแกรมเปิดด้วยเช่นกัน

ถ้ามองในมุมที่ว่า มือถือสามารถถ่ายภาพ ไฟล์ RAW ได้ ก็หมายถึงว่า เราสามารถถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือ ได้เหมือนกล้องดิจิตอลเลยทีเดียว

สำหรับการถ่ายภาพ RAW นั้นเป็นความสามารถใหม่บนกล้องมือถือ Android แต่คนทั่วไปอาจไม่ได้ต้องการใช้งานแบบนี้หรอก แต่มีไว้ก็ดีไม่ใช่หรือ ระยะหลังๆนี้หลายคนน่าจะได้ยินเรื่องการถ่ายภาพ RAW บนมือถือ Android มากขึ้น ซึ่งมันก็น่าตื่นเต้นแหล่ะที่ใช้บนสมาร์ทโฟนได้ และเราสามารถดาวน์โหลดหรือโอนถ่ายไฟล์ลงบนคอมพิวเตอร์ จริงๆกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มที่ชอบถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน Android นั่นแหล่ะ แต่เป็นกลุ่มที่ออกจะเนิร์ดสักหน่อย คนทั่วไปอาจจะไม่ตื่นเต้นเพราะไม่ได้คิดจะใช้ประโยชน์อะไร

การถ่ายภาพ RAW บน Android ทำให้คุณได้ภาพอีกเซ็ตนึง ที่นำไปปรับแต่งอะไรต่อได้ เพราะไม่มีการประมวลผลใดๆด้วยซอฟต์แวร์ (แหงสิ ที่ถ่ายภาพ ฟรุ้งฟริ้ง ทุกวันนี้เพราะใช้ซอฟต์แวร์แต่งภาพ) และทำอะไรได้เยอะกว่าภาพ jpeg มาตรฐานปกติ นี่คือปรากฎการณ์ เพราะว่าเซ็นเซอร์ที่เล็กแสนเล็กบนสมาร์ทโฟน และการ fix ความกว้าง ของเลนส์ ด้วยข้อจำกัดของเลนส์กล้องมือถือ มันก็ทำได้แค่นี้แหล่ะ แต่นี่มันก็ไม่ถึงกับเทียบกล้องจริงๆได้หรอก อย่างน้อยมันก็คือนวัตกรรมนึงที่น่าสนใจ ทำให้เราได้ภาพที่แปลกออกไป ถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน Android และเล่นอะไรกับการถ่ายภาพได้เยอะ

ด้วยพื้นฐานการถ่ายภาพอันน้อยนิดของผู้เขียน ก็รู้ว่าการถ่ายภาพแบบปกติเป็นไฟล์ภาพแบบ JPEG ถูกประมวลผลในกล้องเพื่อปรับคุณภาพของภาพให้มีระดับที่เหมาะสมสำหรับให้สามารถนำไปใช้งานได้ทันที ปรับแต่ง ประมวลผล อย่างรวดเร็วด้วยซอฟต์แวร์ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลภาพ JPEG นั้นจะมีคุณภาพด้อยลงเมื่อถูกแก้ไขหรือถูกจัดเก็บ ดังนั้นการจัดเก็บไฟล์ภาพแบบ JPEG อาจมีผลทำให้คุณภาพของภาพแย่ลงได้ (ยกตัวอย่าง การอัพรูปจากกล้องมือถือขึ้นบน Instagram Facebook ล้วนถูกบีบอัดคุณภาพความละเอียดและคุณภาพของภาพแย่ลงมากๆ ดังนั้นการดูภาพถ่ายมือถือ จึงมักใช้การ zoom 100% เพื่อดูรายละเอียดจริงๆของภาพ

ในทางกลับกัน ไฟล์ภาพ RAW จะถูกประมวลผลจากซอฟท์แวร์เฉพาะก่อนที่จะนำไฟล์ภาพไปใช้กับซอฟท์แวร์การแก้ไขภาพ ในกรณีนี้จะช่วยให้ท่านสามารถจัดเก็บภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงได้ โดยสามารถทำการแก้ไขหรือจัดเก็บได้หลายครั้งตามต้องการ

เรียบเรียงจาก Android Central และ Canon

JPEG กับ RAW ต่างกันอย่างไร ไปอ่านที่ I Love to go

มือถือรุ่นไหนจะได้อัพ Android 5.0 Lollipop บ้าง?

มีเพื่อนๆถามมาเหมือนกันว่า มือถือรุ่นไหน จะได้อัพ Android 5.0 Lollipop บ้าง หลายๆคนรอคอยการอัพเดตอยู่

Android_lollipop-w628

รุ่นที่คุ้นๆตาชาวไทยเราก็คือ Nexus 4,5,7,10 HTC M7, M8 Samsung Galaxy Note 4, Note EDGE, Note 3, S4, S5 ส่วน Note 2 อดไปต่อ และตระกูล Tab Pro, Tab S ยังไงลองตรวจสอบการอัพเดตที่ตัวเครื่องอีกที LG G2, G3 แต่ข้อมูลอันนี้มาจากเมืองนอก บางรุ่น บาง Model ในไทย หรือบางรหัสอาจจะยังอัพไม่ได้ Sony Xperia Z1, Z2, Z3 ASUS ZenFone 4,5,6

ข้อมูลจาก AndroidPIT